ข้อมูลผลิตภัณฑ์
ครอบครัวคุณไข่
| พัฒนาการและสมองของลูกรัก |
|
พัฒนาการและสมองของลูกรัก
จากผลงานวิจัยของสถาบันสุขภาพแห่งชาติสหรัฐอเมริกา โดยวิจัยจากคุณแม่ตั้งครรภ์จำนวน 11,875 ราย พบว่า หากแม่กินปลาและอาหารทะเลน้อยกว่า 340 กรัม ต่อสัปดาห์ขณะตั้งครรภ์ ลูกที่เกิดมาจน 7 ขวบ จะมีถึง 48% ที่มีพัฒนาการด้านการพูดสื่อสารจัดในกลุ่มแย่ รวมทั้งด้านการเคลื่อนไหว ทักษะด้านสังคม พฤติกรรมการแสดงออก และมีโอกาสสูงมากที่จะทำคะแนนพัฒนาการด้านสติปัญญาน้อยกว่าเกณฑ์
©ในอาหารทะเลมีอะไร
![]() ปลาและอาหารทะเล มีไอโอดีน และกรดไขมันไม่อิ่มตัว โอเมก้า 3 หรือ Alpha- linoleic acid ที่จะเปลี่ยนแปลงไปเป็นกรดไขมันที่ร่างกายสามารถนำไปใช้ประโยชน์ คือ EPA และ DHA ที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาศักยภาพของสมองคนเราอย่างยิ่ง
© ผลดีต่อลูกน้อยในครรภ์
เมื่อคุณแม่ทานอาหารที่มีโอเมก้า 3 จะถูกส่งผ่านรกไปยังลูกน้อยด้วย เพื่อนำไปสร้างเซลล์ต่างๆของร่างกาย ระยะที่อยู่ในครรภ์ตั้งแต่ 4 เดือน เป็นระยะที่มีการเพิ่มจำนวนเซลล์สมองและเชื่อมโยงใยประสาทเป็นอย่างมาก ซึ่งการเชื่อมโยงเซลล์เรียกว่า เดนไดรท์(Dendrite) เพื่อเกาะสัมผัสกันเป็นวงจร สื่อสารถ่ายทอดกัน เช่น เซลล์ประสาทสมองยื่นกิ่งก้านไปสัมผัสเซลล์ประสาทตาเพื่อรับภาพ ไปสัมผัสเซลล์ประสาทอื่นเพื่อเชื่อมโยงความคิดต่างๆให้เกิดขึ้น เซลล์ประสาท 1 เซลล์ สามารถเชื่อมกับเซลล์อื่นได้มากถึง 25,000 จุด ดังนั้น หากเราเพิ่มกิ่งก้านของเซลล์ได้มากเท่าไร เท่ากับเพิ่มพูนสติปัญญาและพัฒนาการของลูกน้อยได้มากขึ้น
© ผลดีต่อลูกน้อยวัยพัฒนาการ สมองของลูกน้อยหลังคลอดยังควรได้รับสารอาหารบำรุงอย่างต่อเนื่องนะคะ โดยลูกได้รับจากนมแม่ จนโตพอที่จะทานอาหารอื่นได้ เราก็ควรเลือกอาหารที่เหมาะกับช่วงวัย นอกจากจะต้องครบทั้ง 5 หมู่ อาหารที่บำรุงสมองที่สำคัญ ได้แก่ กรดไขมันโอเมก้า 3 ธาตุเหล็ก ไอโอดีน สังกะสี วิตามินบี โฟเลต เราลองยกตัวอย่างสมองของเด็กวัย 3 ขวบ มีขนาดเกือบเท่าผู้ใหญ่เลยทีเดียว ฉะนั้น การเลือกอาหารที่มีประโยชน์จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง
สารอาหาร DHA จะมีส่วนสำคัญต่อการพัฒนาการของสมอง โดยเฉพาะด้านความจำและการเรียนรู้ , จอประสาทตา(เรติน่า) อย่าลืมนะคะว่าสมองของลูกควรได้รับการพัฒนาทั้ง 2 ด้าน เพื่อให้เกิดความสมดุล อาทิ สมองซีกซ้ายทำหน้าที่ประมวลผล ภาพหรือเสียงที่ได้รับแปรเป็นรูปธรรมทำให้เข้าใจภาษา เข้าใจด้านคำนวณ วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ คิดอย่างเป็นเหตุผล แต่ถ้าลูกใช้สมองซีกซ้ายมากเกินไป อาจเกิดความเครียดได้ จึงต้องฝึกให้ลูกใช้จินตนาการควบคู่ไปด้วย เช่น ฟังเพลง วาดภาพ ซึ่งร่วมไปถึงอุปนิสัย ความรู้สึก จึงเป็นเหตุผลที่ต้องพัฒนาควบคู่กันไป พร้อมทั้งได้รับพัฒนาการที่บำรุงสมองอย่างเพียงพอค่ะ
|
| แก้ไขล่าสุด ใน วันอังคารที่ 01 กุมภาพันธ์ 2011 เวลา 14:31 น. |

.jpg)

